News RSS



5 ร้านกาแฟ ชิคๆ คูลๆ เดินง่าย ใกล้กิ๋นลำกิ๋นดี

สวัสดีเจ้า กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ วันนี้ทรายขออนุญาตเป็นนักรีวิวกาแฟ 1 วัน อย่าเพิ่งงงกันนะคะ Blog นี้เกิดจาก ลูกค้าหลายท่านที่มาทานอาหารพื้นเมืองที่ร้านกิ๋นลำกิ๋นดี นิมมาน ซอย11 เมื่อทานอาหารเสร็จก็มักจะให้ทรายแนะนำร้านกาแฟดีๆ ชิคๆ เก๋ๆ ถ่ายรูปสวยๆ มีร้านไหนควรไปบ้าง และอยู่ใกล้ๆบริเวณนี้ เดินไปง่าย ไม่ไกลจากตรงนี้มาก ทรายก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ แต่ก็สามารถแชร์และรีวิวได้ตามที่ได้สัมผัสมาค่ะ มาดูกันค่ะว่ามีร้านไหนโดนใจเพื่อนๆบ้าง ^^ร้านกิ๋นลำกิ๋นดี อาหารพื้นเมือง และของฝาก อยู่นิมมาน เกือบกลางซอย 11 (ครัวเปิด 11.00น - 19.30น.) ปิดทุกวันพุธทานอาหารพื้นเมืองอิ่มแล้ว ซื้อของฝากให้เพื่อนๆ คนรัก และครอบครัวแล้ว ถึงเวลาต้องเดินย่อยอาหาร และไปถ่ายรูปชิคๆ กับร้านกาแฟสวยในย่านนิมมานแล้วค่ะ พร้อมกันยังคะ ทรายขอแนะนำทั้งหมด 5 ร้านนะคะ ถือว่าเด็ดเลยทีเดียว แต่ละร้านมีดีกรีเป็นร้านกาแฟเชียงใหม่ อันดับต้นๆก็ว่าได้ มีความเป็น unique ที่ต่างกันไป  Impresso (เดิน 30 วินาที จากกิ๋นลำกิ๋นดี) ใกล้กิ๋นลำกิ๋นดีมากๆ อยู่กลางซอย11 ตรงข้ามร้านกระเป๋าสุดเท่อย่าง Rubber Killer ที่ฮิปเตอร์ทุกคนรู้จักImpresso ร้านกาแฟบรรยากาศเป็นกันเอง ง่ายๆ สบายๆ เจ้าของดูแลเอง ชงกาแฟเอง และสามารถพูดคุยถามความรู้เกี่ยวกับเรื่องกาแฟ เครื่องชงได้ การันตีความอร่อยเพราะเป็นเจ้าเก่าแก่ในย่านนี้ เปิดมาแล้วเกือบ 10 ปี นอกจากกาแฟที่นี่เด็ดจริงแล้ว Matcha latte ก็อร่อยไม่แพ้กันนะคะ หอม ขมเบาๆเล็กๆปิดท้ายติดปลายลิ้น แนะนำให้ลองค่ะ ส่วนตัวที่นี่ทรายชอบลาเต้ร้อนและเย็นไม่ใส่น้ำตาลค่ะ กาแฟไม่ค่อยออกรสเปรี้ยวเท่าไหร่ จะแน่นๆ รสกลมกล่อม   Nimmanian Club (เดิน 58 วินาที จากกิ๋นลำกิ๋นดี) อยู่กลางซอย13 กาแฟรสชาติดี มีเมนูที่ทางร้านคิดเองไม่เหมือนใครให้เลือกเยอะ ทรายเคยกินเมนูหนึ่งจำชื่อไม่ได้ รสเบาๆทำมาจาการตีฟองนมกาแฟลาเต้ก็แปลกดี เหมือนกินนมรสกาแฟ แต่พิเศษที่มีกลิ่นหอมนวลมาก เนื้อนมเนียนนุ่มมาก สำหรับคนที่ไม่ถนัดกาแฟ ที่นี่ก็มีเมนูอื่นๆ ทั้งนม ชา และค็อกเทล ชอบที่มีการตกแต่งเครื่องดื่มด้วยดอกไม้แห้ง ผงเครื่องหอมต่างๆ เม็ดๆสักอย่างที่ทานได้ เป็นกิมมิกที่น่าสนใจเลยทีเดียว   The Barisotel (เดิน 59 วินาที จากกิ๋นลำกิ๋นดี) อยู่นิมมานซอย9 ที่นี่จะเด่นด้วยการตกแต่งสีโทนขาว เหมาะกับการถ่ายรูปที่สุด ถ่ายมุมไหนก็สวย(พูดจริงๆ) มีทั้งกาแฟ เครื่องดื่มหลากเมนู และขนมให้เลือกหลากหลาย เมนูที่ทรายเคยลองจากที่นี่คือ Nitro Cold Brew ให้ความรู้สึกเหมือนๆกับอเมริกาโนเย็นไม่ใส่น้ำตาลผสมโซดาบางๆและมีกลิ่นอ่อนๆหอมแบบหวานๆจากส้ม และลาเต้ร้อนที่นี่ก็เข้มนะคะ  ...

Continue reading →



น้ำพริกข่า ภูมิปัญญาของพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย

ทำไมถึงต้องทานน้ำพริกข่าคู่กับจิ้นนึ่ง(เนื้อนึ่ง) ตั้งแต่จำความได้ ปู่ ย่า ตา ยายของทราย ท่านจะกินน้ำพริกข่าและเนื้อนึ่งคู่กันทุกครั้ง(ทุกครั้งจริงๆ) จนเกิดเป็นคำถาม สงสัยว่า ทำไม 2 สิ่งนี้ต้องทานคู่กันตลอดเว?อาจเป็นเพราะรสชาติเสริมกันเข้ากันที่สุดแล้ว เช่น พิซซ่ากับน้ำอัดลม หรือ น้ำพริกกะปิกับปลาทู อะไรทำนองนั้นหรือเปล่า? ซึ่งความจริงแล้ว มันไม่ได้เกิดจากความมโนหรือความบังเอิญของคนโบราณนะคะ ที่อยู่ๆจะเลือกอาหารสองชนิดนี้ทานคู่กัน เพราะอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เป็นอาหารที่ย่อยได้ยาก จึงมักจะทำให้เกิดอาการ ท้องอึด ท้องเฟ้อ แต่น้ำพริกข่า คือ น้ำพริกแห้งๆ ที่ทำมาจาก ข่า พริก และกระเทียม และวัตถุดิบหลักเหล่านี้จะมีสรรพคุณที่เด่นๆเลย คือทำให้เจริญอาหาร และในส่วนของข่า จะช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร และเป็นยาระบายอ่อนๆด้วยเหตุนี้ ปู่ ย่า ตา ยาย ของเราเมื่อทานเนื้อ อาหารหนัก จึงต้องมีตัวสร้างความสมดุล ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราทำงานไม่หนักจนเกินไป และนี่ก็คือภูมิปัญญาของพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย ที่ส่งต่อมาให้รุ่นเรา นอกจากจะทำให้เราอิ่มอย่างสบายท้อง ยังสร้างสรรค์รสชาติที่มีความลำ ความหอม เป็นอาหารอีกหนึ่งเมนูของกิ๋นลำกิ๋นดี ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เมนูอื่นๆ ปล. บทความนี้ ทรายเขียนมาจากประสบการณ์ตัวเองเน้อเจ้า จากการสังเกตุ และหาข้อมูล สรรพคุณจากสมุนไพรที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำพริกข่า หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยเน้อเจ้า ความสุข ความสนุก นอกจากการได้ทำอาหารพื้นเมืองให้ลูกค้าได้ทานแล้ว การแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่ตนเองมีก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ถ้ามีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจ ทรายจะมาอัพเดทเล่าให้เพื่อนๆอีกนะคะ ^^  

Continue reading →



ความฝันวัยเด็ก

ยังจำความฝันวัยเด็กของเราได้ไหม.. ช่วงเรียนม.4 อยากเรียน Food Science เพราะอยากทำน้ำพริกหนุ่มอัดกระป๋อง แต่ความฝันนี้ก็จบลงช่วง ม.5 เมื่อเรารู้ตัวสายวิทย์ฯมันยากเกินไปสำหรับเรา กลับมามองตัวเองอีกครั้ง เราถนัดด้านไหน ด้วยความที่เป็นเด็กกิจกรรม ชอบการแสดงบนเวที ชอบพูด จึงตัดสินใจว่าคงต้องเปลี่ยนสายแล้วล่ะ ม. 6 จึงเลือกสอบสายศิลป์ฯ เลือกคณะสื่อสารมวลชน และเลือกที่จะเรียนแขนงวิชาโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ความคิดในตอนนั้นหวังว่าสายนี้ก็จะทำให้เราได้เข้าวงการบันเทิง เราจะดัง และจะมีคนมาซื้อ น้ำพริกหนุ่มของเรา 555 (ความคิดเด็กน้อยจริงๆ) อาจารย์ผู้สัมภาษณ์ถามว่าเพราะเหตุใดถึงเลือกจะเรียนแขนงวิชานี้ เราก็ตอบด้วยความมั่นใจว่า จะใช้ความรู้ที่ได้เรียนไปพัฒนาของที่บ้าน “อยากจะขายน้ำพริกหนุ่มค่ะอาจารย์” พอเรียนเข้าจริงๆ เราเริ่มลืมความฝัน ทิศทางมันเริ่มเพี้ยน ตอนนั้นความคิดเปลี่ยน ถ้าเรียนจบขอไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ อยากเห็นแสงสี อยากใช้ชีวิต เชียงใหม่มันน่าเบื่อ เดินทางตามหาฝันใหม่ ได้ฝึกงานที่บริษัทชื่อดัง ด้านเสื้อผ้าแฟชั่น ฝึกงานในส่วนของการตลาด เป็นประสบการณ์ที่ดีมากได้ทำงานกับพี่ๆในองค์กรที่น่ารัก เจอนางแบบเยอะมาก เจอคนดังเยอะ เราสนุก เราแฮปปี้ แต่ก็มีความเหงาทุกครั้งที่กลับมาหอ ซ้อนท้ายพี่วินก็ดูจะใช้ชีวิตเสี่ยงตลอดเวลา หาของอร่อย อาหารพื้นเมืองแบบรสมือแม่ก็ยากมาก ทุกอย่างแพง นี่มันเป็นความฝันของเราจริงๆเหรอ?   ตอนนั้นเราตอบตัวเองไม่ได้หรอก รู้ไหมเราหลอกตัวเองด้วยวิธีไหน หลังจากฝึกงานเสร็จ เรียนจบ เราขอเงินพ่อกับแม่1 ก้อน เพื่อไปทำงานร้านอาหารอยู่ที่อเมริกา 5 เดือน เพราะยังไม่กล้าเจอกับโลกความจริง โอ้โห นึกว่าจะหนีโลกแห่งความจริงได้ “หนีเสือปะจระเข้” วันนี้เข้าในสุภาษิตนี้แล้ว นี่มันแรงงานต่างด้าวชัดๆ ทั้งกวาดพื้น ขัดพื้น เช็ดกระจก ทำความสะอาดทุกอย่าง เก็บโต๊ะ ยกโต๊ะ ล้างส้วม ตอนนั้นภาษาอังกฤษยังไม่ดี งานที่ทำได้ก็เป็นงานที่ใช้แรงงานทั้งนั้น 555   5 เดือนผ่านไปเร็วมาก หมดเวลาโกหกตัวเองแล้ว เราต้องเลือกแล้วจริงๆ จะไปกรุงเทพฯ หรือ จะกลับบ้าน… สุดท้าย เราเลือกฝันแรก แต่การเริ่มต้นมันไม่ง่ายเลย เพราะต้องทนแรงกดดันจากคนที่หวังดี และคำถามมากมายที่เราตอบไม่ได้ “เรียนจบมา ทำไมถึงมาเป็นแม่ค้า ขายของในตลาด”"ไม่สงสารพ่อกับแม่เหรอ อุตส่าห์ส่งเรียนสูง""ทำไมไม่ทำงานที่ตรงสายที่เรียนมา""อ่าว! นึกว่าทำงานอยู่กรุงเทพฯ""มึงโอเคปะ กูว่ามึงน่าจะไปทำงานที่.." ได้ยินแบบนี้บ่อยๆ คิดว่าจะเสียเซล์ฟไหม เราก็มีน้อยใจบ้างแหล่ะ บางครั้งก็แอบร้องไห้คนเดียว(ไม่ชอบให้ใครเห็นน้ำตา) คือจริงๆเราก็ไม่รู้หรอกคนนอกเขามองเราอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เราพูดกับตัวเองเสมอ เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และเรารู้ตัวเองเสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่ อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับใคร และถ้าเรามองเห็นภาพตัวเองในอนาคตและมีความเชื่อในตัวเองมากพอ เราจะมีความกล้ามากกว่าความกลัว และทนต่อทุกสภาพแรงกดดัน และที่สำคัญ เราต้องเข้าใจว่าธรรมชาติของทุกความฝัน มันต้องใช้เวลาและการลงมือทำ ฉันยังไม่เคยลืมเธอนะ ฉันกำลังสัมผัสเธอทีละน้อย ความฝันวัยเด็กของฉัน.. ทราย กิ๋นลำกิ๋นดี

Continue reading →



7 ข้อ ที่ได้เรียนรู้จากการทำกิ๋นลำกิ๋นดี ในระยะเวลา 1 ปี

สวัสดีเจ้าทุกคน ไม่ได้คุยกันนานเลย เพราะช่วงนี้ทรายวุ่นมากกับร้านใหม่ที่นิมมานซอย11 ขาดการอัพเดทเรื่องเมนูอาหารพื้นเมือง และกิจกรรมสวนหลังบ้านไปพักใหญ่ๆ หลังปีใหม่นี้จะพยายามอัพเดทให้เหมือนเดิมนะคะ ^^ ช่วงหลังๆมานี้ ชอบมีคนมาปรึกษาหรือขอคำแนะนำการทำธุรกิจ คำถาม เช่น ทำเพจให้คนรู้จักทำยังไง  รับจ้างทำเพจมั้ย คำถามจะอะไรประมาณนี้ ต้องบอกตามตรงว่าทรายก็ไม่ได้เป็นกูรู เรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมดค่ะ คำแนะนำของทรายบางครั้งอาจใช้ไม่ได้จริง 555 แต่มี 7 สิ่ง ที่ทรายอยากแชร์และคิดว่าเป็นสิ่งที่ได้ผลจริงจากการทดลองด้วยตัวเองในระยะเวลา 1 ปีที่ได้ทำกิ๋นลำกิ๋นดี  และอยากชวนเพื่อนๆลองมาฝึกทำด้วยกันค่ะ 1. อย่านอนตื่นสาย การตื่นเช้าทำให้เรามีเวลามากกว่าคนตื่นสาย เมื่อเรามีเวลามากเราก็มีเวลาที่สามารถทำสิ่งที่เราอยากทำได้นานขึ้น ตื่นมาทันเจอแสงแดดอ่อนๆยามเช้าและอากาศบริสุทธิ์ของวัน เสียงนกร้อง จุ๊บๆจิ๊บๆ ถือว่าเป็นของขวัญที่ดีมากๆ อีกอย่างถ้าเราบังคับตัวเองในเรื่องเล็กๆนี้ได้ ฝึกให้เป็นวินัย (ตื่นเช้าระบบขับถ่ายดี อิอิ) เรื่องที่ใหญ่กว่านี้เราก็ทำได้เช่นกัน 2. ฝึกตนเป็นคนคิดบวก คิดบวกไม่ได้หมายความว่า เพ้อเจ้อ เพ้อฝันนะคะ แต่เราพยายามที่ไม่มีจิตใจคิดลบเมื่อเจอเรื่องแย่ๆ เราจะไม่แชร์เรื่องแย่หรือพลังลบให้เพื่อนรอบข้าง และจะมีภูมิคุ้มกันมากกว่าปกติ ไม่อ่อนแอง่ายๆกับเรื่องยากๆ 3. อย่าเป็นคนขี้บ่น ไม่ใช่แค่คนที่ฟังรู้สึกไม่ดี แต่ตัวเราเองนี้แหล่ะค่ะ ที่รู้สึกไม่ดี เราเองก็อารมณ์เสียและสมองเราจะวนเวียนกับคำพูดที่เราบ่นๆนั้นจนกินเวลากินพื้นที่ของสมองส่วนครีเอท 4. หัดเป็นคนตรงเวลา เรื่องนี้คนไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญ ซึ่งเมื่อก่อนทรายก็เป็น แต่พอเรามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เราถึงรู้ว่าเวลาสำคัญมากแค่ไหน 1 วันของทุกคนไม่เท่ากันคือเรื่องจริง อย่าเป็นตัวถ่วงทำให้คนอื่นสาย เราไม่รู้เลยว่าหลังจากที่เขาเจอเรา เขามีงานสำคัญมากมายขนาดไหนรอเขาอยู่ หรือบางทีเขาอาจจะยอมเสียสละอะไรบางอย่างก่อนหน้านี้เพื่อมาเจอเรา5. ธุรกิจไม่ใช่เรื่องสนุกเสมอไป มันคือปัญหาที่เราต้องตามแก้ แก้ไขให้ได้ เรียนรู้ที่จะแก้ไขให้เป็นและอย่าผิดพลาดกับปัญหาเรื่องเดิมๆบ่อยครั้ง เพราะมันแสดงว่าเราไม่มีการพัฒนา6. วันนี้ต้องรู้มากกว่าเมื่อวาน ในที่นี้ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตหรือจริงจังมากก็ได้ เช่น วันนี้เรารู้วิธีหั่นแตงกวา ลองศึกษามันดู เรียนรู้ด้วยตัวเองไปก่อนถ้าไม่ไหวจริงๆก็ต้องถามผู้รู้ และความรู้สามารถมาจากคนที่อายุน้อยกว่าเราก็ได้นะคะ ทรายเป็นบ่อยเพราะชอบถามน้องๆเรื่องที่เราไม่รู้จริงๆแต่เค้ารู้และสามารถอธิบายให้ได้ ห้ามรอหรือหวังว่าจะมีใครเดินมาให้ความรู้เราฟรีๆ เพราะเราเองต้องเป็นคนวิ่งเข้าหา7. คำว่าขอบคุณ พูดง่ายที่สุด แทนความรู้สึกดี แทนความรู้สึกอยากตอบแทน อาจจะฟังดูไม่เกี่ยวกับธุรกิจโดยตรงแต่ทรายคิดว่า 7 ข้อนี้ทำให้เราเป็นคนน่ารักได้คนหนึ่ง คนรอบข้างก็สบายใจที่จะอยู่กับเรา ทั้งครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน และเราก็แฮปปี้กับตัวเราเองด้วย ทำงานมีความสุขและพร้อมเจอกับปัญหาอย่างมีสติ สวัสดีปีใหม่ 2017 นะคะเพื่อนๆทุกคน แฮปปี้ๆทุกคนเลยค้าากิ๋นลำกิ๋นดี #KLKDรูปภาพจาก: http://www.proudofchiangmai.com/article.php?id=173

Continue reading →



Kinlum Kindee new collection "Market"

กิ๋นลำกิ๋นดี คอลเลคชั่น "ตลาดสด" ดังที่ทราบกันดี กิ๋นลำกิ๋นดี มีรากเหง้ามาจากตลาดสด เราเติบโตมาจากตรงนั้น ครั้งนี้จึงได้หยิบการใช้สีสัน ไม่ว่าจะเป็นสีของร่มผ้าใบในตลาดที่เราคุ้นเคย สีสันสดสวยของพืชผักผลไม้ต่างๆ นำมาเป็นแรงบันดาลใจการออกแบบดีไซน์ packaging ใหม่ แต่ก็ยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้อยู่  น่ารัก สดใส ก่เจ้า ติดตามผลงาน กิ๋นลำกิ๋นดี ในคอลเลคชั่นตลาดสดนี้ได้ ในเทศกาลแห่งปี Chiag Mai Design Weeks 2016 วันที่ 3-11 ธันวาคม 2016 ณ ลานพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนาเจ้า KLKD new collection "Market" Kinlum Kindee started from the local market and this has inspired me to design a new packaging collection. I chose the colours in the market such as the canvas umbrellas, the colourful of fresh fruits and veggies. Even though I put more colour in my packaging I still kept the original character Kinlum Kindee. What do you think about it? Lovely? See more Kinlum Kindee's new collection in Chiang Mai Design Weeks 2016 on 3-11 December at Lanna Folklife Museum   #cmdw2016 #chiangmaidesignweek

Continue reading →